พฤติกรรมการไปคาเฟ่ของกลุ่มวัยรุ่นหรือวัยทำงาน

พฤติกรรมการไปคาเฟ่

ปัจจุบันการกินกาแฟหรือการกินน้ำดื่มหวาน ๆ สักแก้วได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดและไม่พอแค่นั้นมันได้ส่งผลต่อพฤติกรรมการถ่ายรูปของคนส่วนใหญ่ไปแล้ว จะกล่าวคือการที่มีโลกของ Social Media เข้ามานั้นมันได้ส่งผลกระทบต่อคนเราอย่างมหาศาลและไม่รู้ตัวเลยทีเดียว เราลองสังเกตตัวเองดูกันดี ๆ แล้วทบทวนดูว่าตั้งแต่ตื่นจนกระทั่งนอนบนเตียง หรือเวลาจะเข้าห้องน้ำเรามักจะพกเจ้าหน้าจอสี่เหลี่ยมที่มีอินเทอร์เน็ตอยู่เกือบตลอดเวลา สิ่งนี้มันกำลังบอกอะไรเรากัน? เรากำลังแคร์ในสิ่งที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้า เราเสพติดข่าว Gossip หรือยอดไลค์ที่เราเพิ่งจะลงรูปไปกัน ในวันนี้เราจะมาพูดถึงพฤติกรรมอย่างหนึ่งที่เข้ามามีอิทธิพลและมันได้แพร่หลายไปทั่วประเทศและเกือบทุกวัยกันไปแล้ว นั่นก็คือพฤติกรรมการไปคาเฟ่ ( Cafe ) หรือกลุ่มพวก Cafe Hopping

Cafe Hopping หมายความว่าอะไร ?

Cafe ที่หมายถึงร้านกาแฟ ส่วนคำว่า Hopping คือการกระโดด เมื่อนำทั้งสองคำมาร่วมกันไม่ได้หมายความว่าการกระโดดเข้าร้านกาแฟ เพราะมันอาจดูตลกไปสักหน่อย แต่ในที่นี้มันหมายความว่า คนที่ชื่นชอบเข้าร้านกาแฟ อาจจะหลายที่ในวันๆเดียวหรือเปลี่ยนร้านไปเรื่อยๆ และสิ่งที่ต้องพึงกระทำอยู่เสมอก็คือการถ่ายรูปเมื่อมาถึงร้าน แล้วโพสต์ลง Social ต่างๆ

พฤติกรรมการไปคาเฟ่

พูดถึงคาเฟ่ในส่วนนี้ไม่ใช่คาเฟ่แบบที่เราเข้าใจในยุค 90 ที่มีตลกขึ้นมาเล่นให้เราดูหรือมีนักร้องขึ้นมาร้องเพลงกันหรอกนะ แต่มันคือร้านกาแฟหรือร้านที่ขายน้ำหวานๆ มีเค้กหน้าตาน่ากินที่เราเข้าใจกันนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นพวก โกโก้เย็น ชาเย็น สตรอว์เบอร์รี่ที่โปะด้วยวิปครีมหนาๆ จนไปถึงกะเพราไก่ไข่ดาว ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิดอย่างแน่นอน เพราะในปัจจุบันบางร้านก็หันมามีของหวานของคาวที่พร้อมบริการอย่างครบครันกันแล้ว แล้วอะไรกันล่ะที่ทำให้เราอยากเข้าไปที่ร้านพวกนี้แล้วไม่ได้อยากจะกินแค่น้ำสักแก้วแล้วนั่งรถกลับบ้านทันที เหตุผลส่วนตัวและคิดว่าว่าน่าจะแบ่งเป็นสองข้อใหญ่ๆ คือ

  • การที่ร้านตกแต่งได้อย่างถูกจริตและเป็นกระแสในช่วงเวลานั้น

เหตุผลนี้คิดว่าทำให้คนหนุ่มสาวอยากเข้าไปถ่ายรูปและโพสต์ลงตาม Platform ต่างๆ อาจไม่ได้ลงเพื่อหวังยอดไลค์ แต่อาจทำเพื่อการรีวิว และเพื่อสนองความต้องการตัวเองเท่านั้น อาจจัดได้ว่าเป็นกลุ่มประเภท Cafe Hopping แบบที่เราอธิบายไปก่อนหน้า

  • การอยากไปกินและอยากลองร้านใหม่ๆ 

โดยข้อนี้ก็มองว่าถ้ามันเวิร์คก็อาจกลับมาอีกครั้งพร้อมกับ Notebook แล้วชาร์จแบตนั่งทำงานฟินๆกันไป เป็นภาพที่เห็นได้บ่อยในหมู่ของคนทำงานและมีประชุม

พฤติกรรมการไปคาเฟ่

ซึ่งภาพที่เราเห็นและพบเจอได้บ่อยมากที่สุดตามร้านสวยๆ ก็จะมีพร็อพให้ถือหรือตุ๊กตาตัวใหญ่ Mood&Tone ที่โดนใจ หรือต่อให้ไม่ได้ไปก็จะเจอบ่อยเวลาไถฟีดบนหน้าจอโทรศัพท์ การที่คนเราจะชอบไปร้านคาเฟ่สักร้านหนึ่ง แน่นอนว่ามันมีเหตุผลและปัจจัยมากกว่าที่หลายคนไม่ทราบ นอกจากที่คิดว่าการไปร้านพวกนี้และคนที่ไปใช้บริการจะมีแต่ได้กับได้ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว แต่ร้านยังได้ประโยชน์จากจุดนี้ด้วยเหมือนกัน ทั้งการที่ถูกโปรโมทในทางอ้อมหรือทางตรง ยิ่งคนไปเยอะก็ยิ่งถูกเปิดการมองเห็นมากขึ้นเท่านั้น และแต่ละร้านก็จะยิ่งงัดไม้เด็ดหรือเอกลักษณ์แบบที่ร้านอื่นไม่มีออกมา ทั้งรสชาติและราคาของน้ำที่สมเหตุสมผล การตกแต่งร้านที่มาในธีมที่แปลกแหวกแนว ล่อตาล่อใจและทำให้ดึงดูดกลุ่มคนใหม่ๆ เข้าไปอุดหนุนกันนั่นเอง กลายเป็นว่าทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปไหนทั้งกรุงเทพต่างจังหวัด หรือซอยลึกๆที่ไม่คิดว่าจะมีร้านกาแฟ ก็มักจะเจออยู่เสมอ เรียกได้ว่ามีร้านใหม่เกิดขึ้นอยู่ทุกปี กลับกันในทุกปีก็มีร้านที่ต้องปิดทำการไปเนื่องจากลูกค้าเข้ามาซื้อน้อยลงนั่นเอง แล้วในมุมมองนี้มันสะท้อนถึงอะไร มันสะท้อนถึงพฤติกรรมแบบการแสวงหาสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ และต้องเร็วกว่าใครในโลกออนไลน์ ร้านที่ไม่มีการปรับตัว ไม่มีฐานลูกค้าประจำก็ต้องทำใจกันไปส่วนนี้ ยิ่งลึกยิ่งน่าค้น ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกกับตัวเองว่า เราคือผู้บุกเบิกและไม่มีใครเหมือน ( ถึงแม้ร้านจะเปิดมานานแล้วก็ตาม )

ยิ่งในสังคมที่ไม่ว่าจะที่ทำงานหรือการเดินทางไปไหนสักที่มันมีการแข่งขันในตัวของมันเองอยู่เสมอ สังคมที่ถูกหล่อหลอมว่าต้องให้ถูกยอมรับจากใครก็ไม่รู้ เราจึงต้องรีบหาตัวตนของเราให้เร็วที่สุดเพื่อเอาไปอวดหรือมีเรื่องเล่าให้กับคนอื่นได้ พฤติกรรมการทำตามกันต่อๆกันมาจึงอาจมีเหตุผลและไม่มีเหตุผลอยู่เสมอ ซึ่งเวลาที่เดินไปถามใครว่าทำไมต้องไปกินกาแฟสักแก้วแล้วถ่ายรูป แต่งรูปและหามุมที่ซ้ำคนอื่นไปแล้วร้อยกว่าคน ทำไมต้องดูยุ่งยากและเปลืองเงินโดยใช่เหตุ ร้อนก็ร้อน บางคนอาจตอบคำถามนี้ไม่ได้ บางทีอาจมีคำตอบแต่แค่ไม่อยากตอบก็แค่นั้น ถึงอย่างไรเราก็ควรเคารพการตัดสินใจของเขา อย่างคำที่บอกว่าไม่ได้เลี้ยงดู ก็อย่ามายุ่งจะดีกว่า ฟังดูเจ็บแต่มันก็จริง

พฤติกรรมการไปคาเฟ่

สุดท้ายนี้ไม่ว่าจะกินกาแฟที่ไหน จะชงเองแล้วถ่ายรูปที่บ้านมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด หรือการขับรถไปไกลๆ ตามที่มีการรีวิวแล้วต้องไปต่อคิว แดดร้อนๆ หามุมถ่ายรูปซ้ำๆ นั่นก็ไม่ผิดเช่นกัน ถ้ายังอยู่ในพื้นฐานของการไม่ไปรบกวนผู้อื่น คงไม่มีใครหาเหตุผลและที่มาของสิ่งเหล่านี้ได้ว่ามาจากไหนและใครเป็นคนเริ่มเรื่องราวพวกนี้ แต่อย่างไรก็เชื่อสุดใจว่าตั้งแต่มี Social Media เริ่มมีการ Comment กันถึงแม้เราจะไม่รู้จักและเห็นหน้าคร่าตากัน มนุษย์เราก็ได้เปลี่ยนไปแบบที่ไม่รู้ตัวถึงรู้ตัวไปแล้วก็ยากที่จะกลับมาใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีมัน และแล้วการกินกาแฟสักแก้วของคนเราก็ได้เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปในทิศทางที่เรารู้สึกพอใจมากกว่าเก่า และมันทำให้เราดูมีเป้าหมายใหม่ๆอยู่เสมอ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *